👂💬 รู้จักและเข้าใจ 'ผู้มีภาวะไวต่อเสียง' (Misophonia) ไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่เป็นความผิดปกติของระบบประสาท!

👂💬 รู้จักและเข้าใจ 'ผู้มีภาวะไวต่อเสียง' (Misophonia) ไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่เป็นความผิดปกติของระบบประสาท!
View on original source
Category: Health
Share
Archive
Like
เสียงเล็กๆ อย่างเสียงเคี้ยวข้าวหรือกดคีย์บอร์ด อาจดูธรรมดาสำหรับคนทั่วไป แต่นี่คือความทรมานของผู้ที่มีภาวะ Misophonia ค่ะ เพราะระบบประสาทจะตอบสนองต่อเสียงเหล่านี้รุนแรงราวกับเจอภัยคุกคาม ทำให้เกิดอารมณ์และปฏิกิริยาทางร่างกายที่คุมไม่อยู่ในทันที จนกระทบการใช้ชีวิตและการทำงานได้เลย 😢 🔹 ไม่ใช่คนเรื่องมาก แต่เป็นเรื่องของระบบประสาท ภาวะนี้ไม่ใช่การคิดไปเองค่ะ แต่สมองส่วนที่ทำหน้าที่ตรวจจับภัยคุกคามทำงานผิดเพี้ยน เมื่อได้ยินเสียงกระตุ้น สมองจะสั่งการว่านี่คือ "อันตราย" ทันที กลไกที่เชื่อมโยงเสียงกับอารมณ์นี้ ทำให้ผู้ที่มีภาวะนี้ไม่สามารถเลือกเพิกเฉยต่อเสียงได้เหมือนคนทั่วไป 🔹 เสียงกระตุ้นที่พบบ่อย (Trigger Sounds) แต่ละคนจะไวต่อเสียงต่างกัน มักเป็นเสียงที่เกิดซ้ำๆ แม้จะเบาแค่ไหน แต่ระบบประสาทจะขยายเสียงนั้นจนรบกวนจิตใจอย่างรุนแรง เช่น 🔸 เสียงที่เกี่ยวกับการกิน เช่น เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงซดน้ำซุป เสียงกลืนน้ำ หรือแม้แต่เสียงสูดลมหายใจเข้าออกแรงๆ 🔸 เสียงที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น เสียงเคาะนิ้วบนโต๊ะ เสียงกดปากกาซ้ำๆ เสียงพิมพ์คีย์บอร์ด หรือเสียงเดินกระแทกส้นเท้า 🔸 เสียงจากสิ่งแวดล้อม เช่น เสียงนาฬิกาเดิน เสียงหยดน้ำ หรือเสียงพัดลมที่ส่งเสียงดังผิดปกติ ที่น่าสนใจคือ แม้จะเป็นเสียงที่เบามากจนคนอื่นอาจจะไม่ได้ยิน แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะนี้ ระบบประสาทจะขยายสัญญาณเสียงนั้นให้ดูเหมือนเสียงที่ดังและรบกวนสมาธิอย่างรุนแรงเท่ากันหมดค่ะ 🔹 ปฏิกิริยาเมื่อถูกกระตุ้น (สู้ หนี หรือชะงัก) เมื่อได้ยินเสียง ร่างกายจะตอบสนองอัตโนมัติภายในไม่กี่วินาที 1️⃣ อารมณ์พุ่งปรี๊ด: โกรธจัด หงุดหงิดฉับพลัน หรือแพนิกจนอยากหนีไปจากตรงนั้น 2️⃣ ร่างกายตื่นตัว: ใจสั่น หายใจตื้น กล้ามเนื้อเกร็ง พร้อมรับมืออันตราย 3️⃣ คุมสติตัวเองยาก: สมองส่วนเหตุผลทำงานลดลงชั่วคราว ทำให้คุมอารมณ์ลำบาก หลังจากที่เหตุการณ์ผ่านไป หลายคนมักจะรู้สึกผิดหรืออับอายที่ตนเองมีปฏิกิริยาที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ซึ่งความเครียดสะสมนี้อาจนำไปสู่การปลีกตัวออกจากสังคมได้ค่ะ 🔹 วิธีรับมือและดูแลตัวเอง แม้วันนี้จะยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่เราจัดการให้ชีวิตง่ายขึ้นได้ค่ะ 🔹 พกตัวช่วยตัดเสียง: ใช้หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling) หรือเปิดเสียง White Noise (เช่น เสียงฝน เสียงคลื่น) เพื่อพรางเสียงกระตุ้น 🔹 สื่อสารด้วยความเข้าใจ: อธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจภาวะนี้อย่างสุภาพ เน้นบอก "ความรู้สึกของเรา" ดีกว่าการไปตำหนิเขา เพื่อลดความขัดแย้ง 🔹 ฝึกดึงสติ: เมื่อเจอสถานการณ์ตึงเครียด ลองฝึกหายใจลึกๆ (Grounding) ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เพื่อให้สมองส่วนเหตุผลกลับมาทำงาน 💡 สิ่งสำคัญที่สุด: จัดสิ่งแวดล้อมให้ตัวเองสบายใจ และ "เมตตาต่อตัวเองให้มาก" ยอมรับว่านี่คือสภาวะทางร่างกาย ไม่ใช่ความผิดของคุณ อนุญาตให้ตัวเองหลบไปพักในที่เงียบๆ เพื่อฟื้นฟูระบบประสาทบ้างนะคะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เผชิญภาวะนี้ค่ะ ที่มา/อ้างอิง : Bluzone [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ Cleveland Clinic: 🔗 https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/24460-misophonia Duke Health: 🔗 https://www.dukehealth.org/treatments/psychiatry/misophonia International OCD Foundation: 🔗 https://iocdf.org/expert-opinions/misophonia/

(0)Comments

 

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.