สภาเดือดพิจารณางบปี 70 วาระสอง เจาะงบ อว. พร้อมปมลับเลข 36 คดีฮั้ว สว.

สภาเดือดพิจารณางบปี 70 วาระสอง เจาะงบ อว. พร้อมปมลับเลข 36 คดีฮั้ว สว.
View on original source
Category: Politics
Share
Archive
Like
สรุปบรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 วาระที่สอง โดยเน้นการพิจารณางบกระทรวง อว. วงเงิน 4.7 หมื่นล้านบาท พร้อมประเด็นการเมืองที่น่าสนใจและการทิ้งท้ายปริศนาถึงคดีฮั้ว สว. ของสมาชิกสภา เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นภายในรัฐสภาเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ. ศ. 2569 กลายเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง เมื่อสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ได้รวมตัวกันเพื่อดำเนินการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2570 ในวาระที่สอง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เข้มข้นในการตรวจสอบรายละเอียดของงบประมาณในแต่ละส่วน โดยในวันแรกของการประชุม บรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียดและมีการอภิปรายอย่างเผ็ดร้อน จนกระทั่งการพิจารณาดำเนินมาถึงมาตรา 13 ซึ่งเกี่ยวข้องกับงบประมาณรายจ่ายของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกระทรวง อว. รวมถึงหน่วยงานในกำกับดูแล ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณเป็นจำนวนเงินสูงถึง 47,524 ล้านบาท โดยงบประมาณส่วนนี้ถูกตั้งเป้าหมายให้เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระดับสากล ในช่วงหนึ่งของการอภิปราย นายศุภชัย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้เวทีนี้ในการแสดงทัศนะที่น่าสนใจ โดยเขาได้ย้อนความหลังถึงความสัมพันธ์ทางการเมืองและการทำงานในอดีต โดยระบุว่าเหตุผลที่เขาให้ความสำคัญกับการอภิปรายในส่วนของกระทรวง อว. เป็นพิเศษ เนื่องจากเขาเคยได้รับโอกาสให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดังกล่าวในช่วงรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน หรือที่เรียกกันว่ารัฐบาล อนุทิน 1 ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านการอุดมศึกษาและวิทยาศาสตร์ นายศุภชัยยังได้กล่าวในเชิงเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งปีที่นายอนุทินก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดดังกล่าว พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณที่ทำให้เขาได้รับโอกาสในการทำงานที่สำคัญในครั้งนั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ทางการเมืองที่ยังคงมีความแน่นแฟ้นระหว่างบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความฉงนและกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเวลาต่อมาคือในช่วงท้ายของการอภิปรายที่นายศุภชัยได้ทิ้งท้ายด้วยข้อความปริศนา โดยเขากล่าวว่าวันนี้เป็นวันที่ 7 และในอีก 7 วันข้างหน้าคือวันที่ 14 พร้อมทั้งระบุว่าเลข 36 คือตัวเลขที่ถูกต้องและมีความสำคัญ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของบรรดานักการเมืองและผู้ติดตามข่าวสาร คาดการณ์ว่าตัวเลข 36 ที่ถูกกล่าวถึงนั้นมีความเชื่อมโยงกับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ซึ่งเป็นคณะทำงานที่มีบทบาทสำคัญในการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. โดยคณะอนุกรรมการชุดนี้ได้มีความเห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าวซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 229 คน การหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดในระหว่างการพิจารณางบประมาณจึงถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองบางอย่างถึงกระบวนการยุติธรรมและการใช้อำนาจในการวินิจฉัยคดีความที่ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก หลังจากเสร็จสิ้นการอภิปรายในมาตรา 13 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เสนอแก้ไข โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่ามีผู้เห็นชอบ 277 เสียง ไม่เห็นชอบ 120 เสียง งดออกเสียง 51 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง ซึ่งถือว่าร่างงบประมาณในส่วนของกระทรวง อว. ผ่านการพิจารณาไปได้ด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ ในขณะที่นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ได้สั่งพักการประชุมในเวลา 00.39 น. หลังจากที่การประชุมในวันแรกดำเนินมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง โดยใช้เวลาในการอภิปรายรวมทั้งสิ้น 15 ชั่วโมง 30 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของสมาชิกสภาในการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน สำหรับการประชุมในวันถัดไปซึ่งตรงกับวันที่ 8 กันยายน เวลา 09.00 น. ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดการที่จะเริ่มพิจารณางบประมาณรายจ่ายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกระทรวงที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย โดยได้รับจัดสรรวงเงินงบประมาณสูงถึง 53,732 ล้านบาท ซึ่งการอภิปรายในส่วนนี้คาดว่าจะมีความเข้มข้นไม่แพ้กัน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับปากท้องของเกษตรกรจำนวนมากทั่วประเทศ และจะเป็นการทดสอบการทำงานของรัฐบาลในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและน้ำ รวมถึงการยกระดับสินค้าเกษตรไทยให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในตลาดโลก การติดตามการพิจารณางบประมาณครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการดูตัวเลขการใช้เงิน แต่เป็นการติดตามทิศทางยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในทุกมิติอย่างใกล้ชิ

(0)Comments

 

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.