ชัดแล้ว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ-คลัง เคาะ 3,500 ล้านบาท แจกไทยเที่ยวไทย พลัส ให้ 1 ล้านสิทธิ รัฐช่วยจ่ายค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ พร้อมอัดคูปองเงินสดสูงสุด 2,000…
วันนี้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส ภายหลังหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.
คลัง ว่า เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า รัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พักในรูปแบบกำหนดอัตราตายตัว ในวงเงิน 1,500 บาทต่อคืนต่อสิทธิ นอกจากนี้ ยังมีการปรับเพิ่มมูลค่าคูปอง สำหรับใช้จ่ายในร้านอาหาร สปา หรือบริการท่องเที่ยวอื่นๆ จากเดิม 500 บาท เพิ่มเป็น 1,500 บาท สำหรับเมืองหลัก และหากนักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายในพื้นที่ 'เมืองรอง' มูลค่าคูปองจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท เพื่อกระตุ้นและกระจายรายได้สู่ชุมชน คาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ภายในสัปดาห์หน้า หรือช้าสุดไม่เกิน 22 ก. ย. 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เตรียมงบประมาณไว้ไม่เกิน 3,500 ล้านบาท กำหนดไว้ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ จำกัด 5 สิทธิต่อคน รัฐจะสนับสนุนสูงสุด 3,500 บาทต่อคน คำนวณจากค่าที่พัก 1,500 บาท รวมกับคูปองเมืองรอง 2,000 บาท) ทั้งนี้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน 'เป๋าตัง' ตั้งแต่วันที่ 1 -25 ต.
ค. 2569 และจะเริ่มให้ประชาชนใช้สิทธิ และเดินทางท่องเที่ยวได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ. ย. -ก. พ. 2570 สำหรับระยะเวลาโครงการจะครอบคลุมประมาณ 3-4 เดือน แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ จะงดเว้นการให้ใช้สิทธิในช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากผลการศึกษาตัวเลขระบุชัดเจนว่า การอัดฉีดในช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีผลต่อการกระตุ้นยอดนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ 'โครงการนี้จึงออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางแบบ 'คร่อมปีใหม่' คือดึงดูดให้คนรีบใช้สิทธิเที่ยวช่วงเดือนพ.
ย. ถึงกลางเดือนธ. ค. และกลับมาใช้สิทธิ์อีกครั้งช่วงกลางเดือนม.
ค. ลากยาวไปจนถึงสิ้นเดือนก.
พ. 2570' นายสุรศักดิ์ กล่าว โครงการนี้คาดการณ์ว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้สูงถึง 58,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่กลับคืนมาสูงถึง 2.5 เท่า ของเงินงบประมาณที่อัดฉีดลงไป พร้อมกันนี้ รัฐบาลยังมีกลไกป้องกันการทุจริตและการฉวยโอกาสขึ้นราคาของกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมอย่างเข้มงวด โดยผู้ประกอบการจะต้องแจ้งราคาห้องพักพร้อมกับตอนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ หากตรวจสอบพบว่ามีการปรับราคาขึ้นเกิน 10% เมื่อเทียบกับโครงการในลักษณะเดียวกันอย่างโครงการเที่ยวคนละครึ่งจะไม่ได้รับสิทธิให้เข้าร่วมโครงการทันที ส่วนโรงแรมที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นโรงแรมที่มีใบอนุญาตเท่านั้น หรือหากไม่มีใบอนุญาตโรงแรม ก็จะต้องมีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่การจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
(0)Comments