ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด! คนเป็นเบาหวานเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปจริงไหม?

ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด! คนเป็นเบาหวานเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปจริงไหม?
View on original source
Category: Health
Share
Archive
Like
เรื่องนี้ตอบว่า จริงครับ คนที่เป็นเบาหวานมีโอกาสเกิดไหล่ติด หรือ Frozen shoulder มากกว่าคนทั่วไป และที่ผมห่วงคือ หลายคนเริ่มจากอาการธรรมดามาก เอื้อมหยิบของบนชั้นแล้วตึง ใส่เสื้อแล้วติด เอื้อมมือไปด้านหลังไม่ถึง หวีผมหรือเกาหลังเริ่มลำบาก ตอนแรกก็คิดว่า 'คงเมื่อย เดี๋ยวหาย' แต่ผ่านไปเรื่อย ๆ กลับยกแขนได้น้อยลง จนบางคนถึงขั้นนอนตะแคงข้างนั้นไม่ได้ครับ คนเป็นเบาหวานยิ่งควรระวัง เพราะน้ำตาลที่สูงเรื้อรังมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบข้อ ทำให้ข้อไหล่แข็งและติดได้ง่ายขึ้นกว่าคนทั่วไป วันนี้ผมเลยอยากพาเช็กว่า อาการแบบไหนเข้าข่าย ทำไมเบาหวานถึงเกี่ยว และถ้าเริ่มเป็นแล้วควรทำอะไรต่อครับ 1. ไหล่ติดไม่ใช่แค่ 'ปวดไหล่' แต่คือข้อเริ่มแข็งจนช่วงการเคลื่อนไหวลดลง หลายคนปวดไหล่แล้วเรียกไหล่ติดหมดครับ แต่ Frozen shoulder หรือ adhesive capsulitis จะมีจุดเด่นคือ 'ข้อไหล่แข็ง' ไม่ใช่แค่ยกแล้วเจ็บ แต่ยกไม่สุดจริง หมุนแขนไม่ออก เอื้อมไปด้านหลังลำบาก บางคนแม้ให้คนอื่นช่วยยก แขนก็ยังไปได้ไม่สุด อาการมักค่อย ๆ เป็นครับ ช่วงแรกปวดมาก โดยเฉพาะกลางคืน ต่อมาความปวดอาจเริ่มลด แต่ข้อกลับติดมากขึ้น บางคนผ่านไปหลายเดือนถึงค่อย ๆ คลายและขยับดีขึ้นครับ เพราะฉะนั้นถ้าปวดไหล่แล้ว 'ช่วงการเคลื่อนไหวหายไปเรื่อย ๆ' อย่าคิดว่าเป็นแค่กล้ามเนื้อตึงครับ 2. คนเป็นเบาหวานเสี่ยงมากขึ้น เพราะน้ำตาลสูงมีผลต่อเนื้อเยื่อรอบข้อ ตรงนี้มีเหตุผลทางร่างกายครับ น้ำตาลที่สูงเรื้อรังสามารถทำให้โปรตีนในเนื้อเยื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงและจับตัวแข็งขึ้นได้ เราเรียกกระบวนการนี้แบบกว้าง ๆ ว่า glycation พอเกิดสะสมในคอลลาเจนและเนื้อเยื่อรอบข้อ ข้อต่ออาจมีความยืดหยุ่นลดลงและเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น เปรียบเหมือนหนังยางที่เคยนิ่มครับ ถ้าเก็บไว้นานจนเนื้อแข็งขึ้น เวลาดึงก็ยืดได้ไม่เหมือนเดิม ข้อไหล่ก็คล้ายกัน ยิ่งถ้าเบาหวานเป็นมานาน คุมน้ำตาลไม่ดี หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นร่วม ความเสี่ยงเรื่องข้อไหล่ติดก็มักสูงขึ้นครับ 3. อาการที่ชวนสงสัยคือ 'เอื้อมหลังไม่ได้' และ 'กลางคืนปวดมาก' ถ้าถามว่าอาการไหนเจอบ่อย ผมจะนึกถึง 2 อย่างครับ อย่างแรกคือ เอื้อมมือไปด้านหลังไม่ได้ เช่น ติดกระดุมเสื้อชั้นในลำบาก เอื้อมหยิบกระเป๋าสตางค์หลังไม่ได้ เกาหลังไม่ถึง สอดแขนเข้าเสื้อยาก อย่างที่สองคือ ปวดตอนกลางคืน บางคนกลางวันยังพอทน แต่พอนอนตะแคงข้างที่เป็น จะปวดจนต้องตื่นครับ ถ้าอาการเป็นแบบนี้ต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และยกแขนได้น้อยลงเรื่อย ๆ ผมอยากให้ไปประเมินมากกว่ารอครับ เพราะยิ่งข้อเริ่มติดมาก การฟื้นช่วงการเคลื่อนไหวก็ยิ่งใช้เวลานานครับ 4. คนเป็นเบาหวานต้องแยกให้ดีว่าเป็นไหล่ติด หรือเป็นเอ็นไหล่อักเสบ/ฉีก ไหล่ติดไม่ใช่สาเหตุเดียวของอาการยกแขนไม่ได้ครับ บางคนเป็น rotator cuff tendinopathy หรือเอ็นรอบหัวไหล่อักเสบ บางคนมีเอ็นฉีก บางคนมีหินปูนเกาะเอ็น บางคนเป็นข้อไหล่อักเสบจากสาเหตุอื่น ความต่างสำคัญอยู่ที่ว่า ไหล่ติดมักมี 'ช่วงการเคลื่อนไหวลดลงทั้งตอนขยับเองและตอนมีคนช่วยขยับ' แต่ถ้าเป็นเอ็นบางชนิด คนอาจเจ็บเวลายกเอง แต่คนอื่นช่วยขยับได้ไกลกว่า ตรงนี้ตรวจร่างกายช่วยแยกได้เยอะครับ บางคนอาจต้องเอกซเรย์หรืออัลตราซาวด์ ถ้าแพทย์สงสัยสาเหตุอื่นร่วมด้วย 5. ถ้าเริ่มเป็นแล้ว สิ่งสำคัญคืออย่าปล่อยให้ไหล่อยู่นิ่งทั้งวัน ตอนปวด คนเราจะมีสัญชาตญาณอยากพักแขนครับ ยิ่งปวด ยิ่งไม่ขยับ ยิ่งกลัวเจ็บ ปัญหาคือข้อไหล่ที่ไม่ค่อยได้ขยับจะยิ่งแข็งขึ้นครับ ตรงนี้ต้องใช้คำว่า 'ขยับพอดี' มากกว่า 'ฝืน' เช่น ฝึกยกแขนในช่วงที่พอทนได้ ใช้ไม้หรือผ้าช่วยพยุงการเคลื่อนไหว หรือทำกายภาพตามคำแนะนำ บางคนเหมาะกับการประคบอุ่นก่อนยืด บางคนช่วงปวดมากอาจต้องใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดอักเสบตามความเหมาะสม ถ้าปวดมากจนทำกายภาพไม่ได้ แพทย์บางรายอาจพิจารณาฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อในบางช่วงครับ แต่คนเป็นเบาหวานต้องรู้ว่า สเตียรอยด์สามารถทำให้น้ำตาลสูงขึ้นชั่วคราวได้ จึงต้องวางแผนและติดตามน้ำตาลให้เหมาะครับ 6. คุมน้ำตาลให้ดี ช่วยลด 'ตัวเร่ง' ของปัญหาในระยะยาว ถ้าเป็นเบาหวานและมีไหล่ติด ผมไม่อยากให้โฟกัสแค่หัวไหล่ครับ ควรดูน้ำตาลไปพร้อมกัน เช็ก HbA1c ว่าช่วงนี้อยู่ตรงไหน ดูว่ามีน้ำตาลสูงตอนเช้าหรือหลังอาหารบ่อยไหม กินยาและใช้ยาตามแผนหรือไม่ มีพุง ไขมันพอกตับ หรือดื้ออินซูลินร่วมไหม เพราะไหล่ติดเป็นหนึ่งในภาวะของเนื้อเยื่อที่พบร่วมกับเบาหวานได้ครับ การคุมน้ำตาลอาจไม่ได้ทำให้ข้อคลายในไม่กี่วัน แต่ช่วยลดสภาพแวดล้อมที่ทำให้เนื้อเยื่อแข็งและอักเสบต่อเนื่องครับ 7. ไหล่ติดใช้เวลาฟื้นนาน แต่ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ดีขึ้นได้ถ้าดูแลถูกทาง เรื่องนี้อยากให้ใจเย็นครับ ไหล่ติดมักไม่ได้ดีขึ้นใน 1–2 สัปดาห์ บางคนใช้เวลาหลายเดือน บางคนเป็นเป็นปี แต่คนจำนวนมากค่อย ๆ ดีขึ้นได้ครับ โดยเฉพาะถ้าเริ่มดูแลเร็ว ขยับข้อสม่ำเสมอ ฝึกกายภาพ และจัดการปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ผมอยากให้ดูความคืบหน้าแบบนี้ ยกแขนสูงขึ้นไหม เอื้อมหลังดีขึ้นไหม นอนตะแคงได้ดีขึ้นไหม ใส่เสื้อง่ายขึ้นไหม ปวดกลางคืนน้อยลงหรือยัง บางครั้งองศาเพิ่มขึ้นทีละนิด แต่ชีวิตประจำวันดีขึ้นเยอะครับ ถ้าเป็นเบาหวานแล้วเริ่มยกแขนไม่สุด ผมอยากให้เริ่มแบบนี้ครับ • สังเกตว่าขยับเองกับให้คนอื่นช่วยขยับได้ต่างกันไหม • ถ้ามีอาการต่อเนื่องหลายสัปดาห์หรือช่วงการเคลื่อนไหวลดลง ให้ไปประเมิน • อย่าหยุดใช้แขนทั้งหมด แต่ขยับในช่วงที่พอทนได้ • ทำกายภาพสม่ำเสมอมากกว่าฝืนหนักวันเดียว • เช็ก HbA1c และดูแนวโน้มน้ำตาลร่วมด้วย • ถ้าแพทย์พิจารณาฉีดสเตียรอยด์ ต้องวางแผนเรื่องน้ำตาลหลังฉีดด้วยครับ สุดท้าย ถ้าเป็นเบาหวานแล้วไหล่เริ่มติด ผมไม่อยากให้คิดว่า 'อายุมากแล้วก็เป็นแบบนี้แหละ' เพราะมันมีเหตุผลครับ และมีหลายอย่างที่เราช่วยได้ ขยับให้ถูก ทำกายภาพให้ต่อเนื่อง คุมปวดให้พอทำท่าได้ คุมน้ำตาลให้ดี แล้วติดตามช่วงการเคลื่อนไหวไปเรื่อย ๆ บางคนเริ่มจากยกแขนได้ไม่ถึงระดับไหล่ ผ่านไปหลายเดือนค่อย ๆ ยกได้สูงขึ้น หวีผมได้ ใส่เสื้อได้ง่ายขึ้น กลับไปนอนตะแคงข้างเดิมได้อีกครั้ง ไหล่ติดอาจใช้เวลา แต่ไม่ได้แปลว่าต้องยอมแพ้กับมันครับ ที่มา หมอเจด

(0)Comments

 

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.