ดร

ดร.บ ณฑ ต น จถาวร

สามคำถาม ความเสี่ยงตลาดพันธบัตรโลก

Image
อะไรเป็นสาเหตุ ดีหรือไม่ดี และจะกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร รวมถึงความเสี่ยงที่ต้องระวัง วันนี้จึงขอแชร์ความเห็นผมเรื่องนี้ และนี่คือประเด็นที่จะเขียนวันนี้ คำถามแรก ทำไมอัตราผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยระยะยาวปรับสูงขึ้น การปรับสูงขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเริ่มช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพราะความห่วงใยของตลาดพันธบัตรเรื่องเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น และหลังธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ตลาดก็เริ่มไม่มั่นใจในท่าทีของเฟดภายใต้ประธานคนใหม่ว่าจะจริงจังและจะตามสถานการณ์เงินเฟ้อทันหรือไม่ นอกจากนี้ก็ห่วงสถานการณ์หนี้สาธารณะรัฐบาลสหรัฐที่มียอดกว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งหมดนำไปสู่การเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐโดยนักลงทุน ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น จนกระทรวงการคลังสหรัฐต้องเข้าแทรกแซงกลางเดือนสิงหาคมเพื่อตรึงไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเร่งตัว แต่ก็ไม่ได้ผล ในการสัมมนาที่เมือง Jackson Hole สิ้นเดือนที่แล้ว ประธานเฟดก็ตระหนักความห่วงใยของตลาดเรื่องเงินเฟ้อและนโยบายการเงิน จึงสำทับว่าเศรษฐกิจสหรัฐกําลังไปได้ดี ขับเคลื่อนโดยการลงทุนด้านเอไอ การบริโภค และผลิตภาพการผลิตที่สูงขึ้น ตลาดแรงงานค่อนข้างเสถียร แต่ที่ห่วงคือเงินเฟ้อ ที่แม้ตัวเลขรวมจะลดลง เช่น อัตราเงินเฟ้อเดือนกรกฎาคมลดเหลือร้อยละ 3.4 แต่แรงกดดันจากเงินเฟ้อพื้นฐานยังสูง ให้ตัวเลขว่าร้อยละ 49 ของสินค้าในตะกร้าผู้บริโภค ราคายังเพิ่มมากกว่าสามเปอร์เซ็นต์ช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เงินเฟ้อสหรัฐก็สูงกว่าเป้าที่ร้อยละ 2 มาแล้วกว่า 65 เดือน จึงย้ำว่าเฟดมีงานต้องทำ และภาวะการเงินในสหรัฐขณะนี้ก็ผ่อนคลาย ทั้งหมดชี้ทางว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังปรับขึ้นได้ ตลาดการเงินตอบรับโดยตัวเลขความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเดือนกันยายน คือเดือนนี้ ปรับขึ้นจากร้อยละ 35 ก่อนประธานเฟดให้ความเห็นเป็น ร้อยละ 70 หลังประธานเฟดให้ความเห็น ผลตอบแทนพันธบัตรก็ปรับสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งพันธบัตรระยะสั้นที่ปรับสูงขึ้นกว่าพันธบัตรระยะยาว คำถามที่สอง ทำไมการเทขายพันธบัตรและการปรับสูงขึ้นของ yield จึงเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก สาเหตุที่อัตราผลแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้นพร้อมกันในหลายตลาดทั่วโลกก็มาจากปัจจัยคล้ายๆ กันไม่ว่า สหรัฐ ญี่ปุ่น เยอรมนี อังกฤษ ออสเตรเลีย คือ 1.ความห่วงใยเรื่องเงินเฟ้อจากสงครามในตะวันออกกลางที่ล่าสุดส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานจะอยู่ในเกณฑ์สูงหรือสูงขึ้น 2.แนวโน้มนโยบายการเงินในประเทศอุตสาหกรรมที่จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเพื่อดูแลเงินเฟ้อ 3.การระดมทุนหรือกู้เงินในตลาดพันธบัตรมีมากขึ้น ทั้งจากภาครัฐเองที่ต้องชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ธุรกิจไฮเทคที่ต้องใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับดิจิทัลเทคโนโลยีและเอไอ เช่น ดาต้าเซนเตอร์ และการขยายการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อใช้ประโยชน์เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพการผลิต ทั้งหมดเพิ่มอุปสงค์ในตลาดพันธบัตรกดดันให้อัตราดอกเบี้ยปรับสูงขึ้น 4.หนี้ภาครัฐ ที่ประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีหนี้สาธารณะสูง นี่คือแรงกดดันให้อัตราผลตอบแทนหรือ yield ในตลาดพันธบัตรทั่วโลกปรับสูงขึ้น ในบางประเทศอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึงระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เช่น ญี่ปุ่น ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี กําลังชนร้อยละ 3
สามคำถาม ความเสี่ยงตลาดพันธบัตรโลก
View on original source
Share
Archive
Like

(0)Comments

 

Related Opinion

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.