อร

อรพินท์ วะชังเงิน

ทำงานไปตามบทบาทหน้าที่โดยไม่ต้องเคลมความสำคัญ

Image
ผมไปเห็นเพจ ๆ หนึ่งลงแคปชั่นประมาณว่า เข็มวินาทีเคลมความสำคัญของตัวเองปนความน้อยอกน้อยใจว่า ตัวเองทำงานหนักต้องเดินหน้ามากกว่าเข็มนาทีถึง 60 ครั้ง ถึงจะผลักดันให้เข็มนาทีกระดิกไปได้หนึ่งครั้ง หรือแม้แต่เข็มนาทีก็อาจจะเคลมความสำคัญของตัวเองต่อไปได้อีกว่า ฉันก็ต้องทำงานหนักเหมือนกัน เพราะกว่าจะดันเข็มชั่วโมงให้ขยับไปหนึ่งชั่วโมง ฉันต้องกระดิกเดินไปข้างหน้าตั้ง 60 ครั้งเหมือนกัน คนที่กำลังรู้สึกว่า ตัวเองทำงานหนักกว่าคนอื่น เมื่ออ่านข้อความนี้แล้วก็อาจจะเห็นด้วยทันที เพราะเอาการทำงานของเข็มวินาทีมาเทียบกับตัวเอง จริงหรือครับที่ว่า เข็มวินาทีทำงานหนักกว่าเข็มนาที และเข็มนาทีทำงานหนักกว่าเข็มชั่วโมง ? วันนี้เรามักเจอคนที่ชอบคิดว่า ตัวเองทำงานหนักมากกว่าคนอื่น และชอบคิดเคลมงานของคนอื่นว่า เกิดขึ้นได้ เพราะฉันทำงานหนักกว่า คำถามคือ ถ้าไม่มีเข็มวินาที เข็มนาที และเข็มชั่วโมง จะเดินต่อไปไม่ได้จริงหรือ ? เคยเห็นนาฬิกาที่มีแต่เข็มนาทีกับเข็มชั่วโมงบ้างไหมครับ คำถามต่อมาคือ ถ้าไม่มีเข็มวินาที เราจะรู้นาทีและชั่วโมงได้ยังไง ตอบว่ารู้ได้ด้วย 'ระบบ' ของนาฬิกาแต่ละเรือนครับ นาฬิกาเดินด้วยระบบ ซึ่งระบบเป็นตัวกำหนดการเดินของเข็มวินาที เข็มนาที และเข็มชั่วโมง ถ้าไม่มีระบบที่ดี หรือระบบรวน แต่ละเข็มก็จะเดินรวนตามไปด้วย ทำให้ผลลัพธ์ที่ต้องการคือ การบอกเวลาผิดพลาดตามไปด้วย แต่ละเข็มจึงทำหน้าที่ของตัวเองตามระบบที่วางไว้ ไม่มีเข็มไหนที่ทำงานหนักกว่าเข็มไหน ทุกเข็มต้องเดินหน้าไปตามหน้าที่ของตัวเอง เมื่อถูกวางให้เป็นเข็มแบบใดก็ย่อมต้องเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของเข็มนั้น เรามีบทบาทหน้าที่อย่างไรก็ต้องเดินไปตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด คนทำงานก็เช่นเดียวกัน เมื่อตัดสินใจทำงานในตำแหน่งใดแล้วก็ต้องทำงานไปตามระบบ ตามบทบาทหน้าที่ที่ได้รับให้ดีที่สุดตามที่องค์กรวางไว้ ไม่ควรกล่าวอ้างเคลมว่า งานที่หัวหน้าสำเร็จ เป็นเพราะฉันทำงานหนักกว่า ถ้าไม่มีฉัน หัวหน้าก็ทำงานนี้ไม่ได้ คิดแบบนี้เมื่อไหร่ก็แปลว่า คนที่คิด มองจากด้านของตัวเองเป็นหลัก จะเกิดความคิดแบบ ฉันสิแน่ แกสิแย่ หรือ I'm OK You are not OK. และถ้าทุกคนทุกระดับคิดเข้าข้างตัวเองหมด ทีมเวิร์กมีปัญหาแน่นอน เพราะต่างคนต่างเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ความสามัคคีก็ไม่เกิด ทีมงานนั้นจะสร้างผลงานดี ๆ ให้เกิดขึ้นได้ไหมก็คงต้องไปคิดต่อกันเอาเอง ถ้าผู้รักษาประตูบอกว่า ฉันทำงานหนักมาก เพราะต้องคอยป้องกันไม่ให้ลูกฟุตบอลเข้าประตู ถ้าศูนย์หน้าบอกว่า ฉันสิเหนื่อยกว่าทุกคน เพราะต้องวิ่งขึ้นลงทั่วสนาม ถ้าทุกคนต่างคิดแบบเดียวกัน ทีมนี้จะเป็นแชมป์ได้ไหม ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหน ถ้าทำงานแบบมี 'อิทธิบาท 4' คือ รักในงานที่ทำ, มีความพากเพียรในงานที่ทำ, เอาใจใส่ในงานที่ทำ และพัฒนาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่า คนคนนั้นจะมีคุณค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยไม่ต้องไปเคลมไปบอกกับใคร ๆ ว่า ฉันทำงานหนักกว่าคนอื่นหรอกครับ เพราะผลงานของเราจะส่งประกายออกมาให้คนอื่นได้เห็นในที่สุด แล้วถ้าหัวหน้าหรือที่ทำงานปัจจุบันยังมองไม่เห็นคุณค่าของเรา ก็คงถึงเวลาเรือเล็กควรออกจากฝั่ง เหมือนที่พี่ตูนเคยร้องไว้ เพื่อไปพิสูจน์คุณค่าของตัวเราแล้วล่ะครับ
ทำงานไปตามบทบาทหน้าที่โดยไม่ต้องเคลมความสำคัญ
View on original source
Share
Archive
Like

(0)Comments

 

Related Opinion

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.