เห

เหมวช รวรากร

BRK VS S&P

Image
แผนการลงทุนระยะยาวต่อจากนี้ไปของผมนั้นก็คือ การถือหุ้นเวียดนามประมาณ 30% บวกลบ หุ้นไทยประมาณ 30% บวกลบ และ 'หุ้นโลก' ซึ่งในขั้นนี้ส่วนใหญ่ก็คือหุ้นสหรัฐอีกประมาณ 30% บวกลบเช่นเดียวกัน โดยหุ้นเวียดนามจะเป็น 'กองหน้า' ที่ผมจะเลือกลงทุนเองและคาดหวังผลตอบแทนสูง เช่น ผลตอบแทนทบต้นปีละ 10-15% แบบทบต้น หุ้นโลกเป็น 'กองกลาง' หวังผลตอบแทน 8-10% ส่วนหุ้นไทย เป็น 'กองหลัง' ที่ผมหวังผลตอบแทนแค่ 6-8% ต่อปี ในส่วนของเวียดนามนั้น ผมคิดว่าพอร์ตที่ผมลงทุนอยู่เพียงพอแล้ว ส่วนในไทยนั้น ผมยังมีพอร์ตสูงเกินคือ 50-60% ซึ่งผมก็กำลังทยอยลดลงเพื่อให้มีพอร์ตตามที่ต้องการ ส่วนในตลาดหุ้นโลกนั้น ผมยังไม่มีการลงทุนเลยทั้ง ๆ ที่มีเงินสดจำนวนมากและเตรียมสะสมเงินสดเพิ่มเพื่อที่จะลงทุนให้เป็น 1 ใน 3 ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด ในระหว่างนี้ผมก็คิดไปเรื่อย ๆ ว่าจะใช้กลยุทธอย่างไรในการซื้อหุ้นโลกหรือหุ้นสหรัฐ เดิมผมคิดว่าจะไปลงทุนเองและเลือกหุ้นในสไตล์ที่ถนัดคือ หุ้น 'ซุปเปอร์สต็อก' ที่น่าจะรวมถึงหุ้นอย่างหลุยส์วิตตอง หรือหุ้นเทคที่มีความแข็งแกร่งและความได้เปรียบที่ยั่งยืนในระดับหนึ่งเช่น หุ้นอย่างกูเกิลหรือไมโครซอฟท์ หรือแม้แต่หุ้นอย่าง ASML หรือ TSMC ที่คนพูดกันว่าไม่มีคู่แข่งที่จะผลิตสินค้าแบบพวกเขาได้ ต่อมาผมก็คิดถึงการลงทุนในดัชนีระดับโลกต่าง ๆ เช่น หุ้นท็อป ๆ 10 ตัวด้านเทคโนโลยีของโลก หรือหุ้นที่เป็นตัวแทนของสหรัฐ เช่น ดัชนี Nasdaq หรือดัชนี S&P500 เป็นต้น เพราะผมรู้สึกว่าการเลือกหุ้นเองเป็นสิ่งที่ยากเพราะหุ้นไม่ได้อยู่ในไทยและส่วนใหญ่แล้วเป็นหุ้นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่ผมมีความเข้าใจน้อยและคงตามไม่ทันแล้ว สุดท้ายก็มาคิดว่า หรือจะลงทุนในหุ้นเบิร์กไชร์แฮทเทอเวย์หรือหุ้น BRK ของบัฟเฟตต์เสียเลย เพราะนี่คือหุ้นของบริษัทที่ลงทุนในหุ้นหรือบริษัทอื่น ๆ ที่เน้นการเลือกหุ้นแบบ VI มีผู้บริหารที่ไว้ใจได้และมีต้นทุนในการบริหารต่ำเพราะใช้คนน้อยและไม่มีต้นทุนค่าบริหารอื่น ๆ เช่นส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนอะไรทำนองนั้น และที่สำคัญ ผลงานการลงทุนที่ผ่านมานั้น 'มโหฬาร' เป็นสถิติที่โลกไม่เคยพบเห็นอยู่แล้ว คือทำผลตอบแทนแบบทบต้นประมาณ 20% ต่อปีติดต่อกันถึง 60 ปี เงิน 100,000 บาทถ้าลงทุนตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นปี 1966 ถึง 2025 จะกลายเป็น 5,000 ล้านบาท ภายในเวลา 60 ปี เทียบกับผลตอบแทนของดัชนี S&P หรือดัชนีอะไรก็ตาม คงต่างกัน 'คนละโลก' และนั่นก็นำมาสู่การศึกษาหุ้นเบิร์กไชร์เทียบกับดัชนีหุ้น S&P500 อย่างละเอียดเพื่อที่จะดูว่าอนาคตหุ้น BRK จะทำได้เหมือนเดิมไหม? ถ้ายังคงทำได้ดีอยู่แม้จะไม่เท่าเดิม เช่น ลดลงมาครึ่งหนึ่ง คือได้ปีละ 10% แบบทบต้นต่อไปอีกหลายสิบปี การลงทุนใน BRK ก็ยังคุ้มค่า การศึกษาจะเริ่มจากสิ้นปี 1965 ถึงสิ้นปี 2025 คือสิ้นปีที่แล้วเป็นเวลา 60 ปี ซึ่งพบว่าในช่วง 10 ปีแรกคือสิ้นปี 1965 ถึงสิ้นปี 1975 ผลตอบแทนของเบิร์กไชร์คือปีละ 8.3% แบบทบต้น นั่นคือเวลาที่ไม่ดีของตลาดหุ้นด้วย เพราะ S&P ให้ผลตอบแทนเพียง 3.7% ต่อปี ดังนั้น บัฟเฟตต์ทำได้ดีกว่าประมาณ 4.6% ต่อปีแบบทบต้น ซึ่งต้องถือว่า 'ดีเยี่ยม' เพราะอย่างที่เราทราบ 'เซียนหุ้น' ระดับโลกนั้น สถิติส่วนใหญ่ก็มักจะเหนือกว่าดัชนีตลาดไม่เกิน 2-3% ต่อปีในระยะยาว
BRK VS S&P
View on original source
Share
Archive
Like

(0)Comments

 

Related Opinion

A note on cookies

Newshunt uses essential cookies to keep you signed in and to remember your language and country, so the site works the way you expect. With your permission, we'd also like to use analytics cookies to understand how people use Newshunt and improve it over time.

Accepting only affects analytics. To learn more, view our Privacy Policy or Terms & Conditions.